แบบฝึกที่  ๑ หน้า ๒ - ๓
ข้อ ๑  ข. ฝึกอ่านออกเสียง Wink  เพราะการฝึกอ่านออกเสียงสามารถช่วยให้อ่านได้อย่างคล่องแคล่วมากขึ้นค่ะ
ข้อ ๒  ง. ถูกต้องทุกข้อ (ชอบล่ะสิ คำตอบแบบยอดนิยมของการเดา Laughing
ข้อ ๓  ข. ความเข้มแข็งหนักแน่นในน้ำเสียง (มีความสำคัญน้อยที่สุดค่ะ)
ข้อ ๔  ง.  แก้วฝึกอ่านบทอ่านก่อนเพื่อศึกษาคำและการเว้นวรรคตอน (การฝึกจำเป็นในการอ่านออกเสียงค่ะ)
ข้อ ๕  ก.  ข่าว  เพราะการอ่านข่าวใส่อารมณ์ไม่ได้ค่ะ ตามมารยาทนะคะ Yell
ข้อ ๖  ข.  ร้อยกรอง  เพราะการอ่านร้อยกรองมีท่วงทำนองเหมือนเสียงดนตรีค่ะ 
ข้อ ๗  ง.  รู้ที่มาของคำประพันธ์เป็นอย่างดี (ไม่จำเป็นต้องรู้ที่มา แต่สามารถตีความได้ก็พอค่ะ) Embarassed
ข้อ ๘  ค. การเลียนเสียงให้เกิดความสมจริง  (จำเป็นที่สุดในการเล่านิทานค่ะ)
ข้อ ๙  ค.  เจนนี่อ่านหนังสือประวัติวรรณคดีในขณะเรียนวิชาประวัติศาสตร์ (คนละวิชา เสียมารยาทค่ะ Yell)
ข้อ ๑๐ ง. ทฤษฎีอ่านนิทานให้น้องฟังก่อนนอนเป็นประจำ (เป็นข้อเดียวที่ไม่รบกวนผู้อื่นค่ะ)
แบบฝึกที่  ๒  หน้า ๔-๕  Cry
ข้อ ๑  ค.  ผู้เขียนเลือกใช้สำนวนโวหารที่กำลังอยู่ในความนิยม (มีผลกระทบน้อยที่สุดค่ะ)
ข้อ ๒  ค.  การคัดลอกข้อความได้เป็นอย่างดีไม่ต้องอาศัยการฝึก (เพราะการเขียนทุกอย่างต้องฝึกค่ะ)
ข้อ ๓  ก.  การเขียนไม่มีแก่นสาร  (เพราะจะขาดสาระสำคัญที่เป็นความรู้ค่ะ) 
ข้อ ๔  ง.  การเลือกใช้คำตามความนิยม (ไม่ใช่กระบวนการเขียนที่ดีค่ะ) Cool
ข้อ ๕  ข.  การใช้สำนวน โวหาร (ไม่ใช่อักขรวิธีค่ะ)
ข้อ ๖  ก.  การขึ้นย่อหน้าที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน (เป็นย่อหน้าที่มีประสิทธิภาพ)
ข้อ ๗  ข. การสื่อสารด้วยการเขียน ละเว้นการรวบรวมข้อคิดกับการลำดับความได้ (ละเว้นไม่ได้ค่ะ)
ข้อ ๘  ค. เกิดความต้องการ (ต้องเกิดความต้องการที่จะเขียนก่อน จึงจะเขียนได้ดีค่ะ) Innocent
ข้อ ๙  ข. ขั้นเลือกวิถีทาง  (เป็นการแยกแยกกระบวนการคิดเพื่อการสื่อสารค่ะ)
ข้อ ๑๐ ง. ขั้นจบงานเขียนของตน (ซึ่งส่วนใหญ่ผู้เขียนจะนำเสนอความคิดเห็นของตัวเองด้วย)
 
ขอพักสักครู่ เดี๋ยวมาต่อใน แบบฝึกที่  ๓ - ๕  นะคะ  นักเรียนที่น่ารักทั้งหลาย  Wink

 

Comment

Comment:

Tweet